วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี (AVC) ลงพื้นที่พัฒนาเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร จ.นครศรีธรรมราช ถ่ายทอดองค์ความรู้ ยกระดับการจัดการฟาร์มสู่ความยั่งยืน
AVC ลงพื้นที่พัฒนาเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร จ.นครศรีธรรมราช ถ่ายทอดองค์ความรู้ ยกระดับการจัดการฟาร์มสู่ความยั่งยืน
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ดำเนินกิจกรรมภายใต้ “โครงการพัฒนาเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกรในจังหวัดนครศรีธรรมราช” โดยมี ผศ.สพ.ญ.รัชฎาพร บริพันธุ์ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางสัตวแพทย์และเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยสู่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรกร นักศึกษา และชุมชน
กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจากการรับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งยังพบข้อจำกัดด้านการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี การจัดการสุขภาพสัตว์ และการบริหารจัดการฟาร์ม วิทยาลัยฯ จึงนำข้อมูลจากชุมชนมาร่วมวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางการส่งเสริมการเลี้ยงสุกรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการอบรม การให้คำปรึกษา การลงพื้นที่ฟาร์ม และการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักศึกษาและเกษตรกร
ภายในกิจกรรมมีการถ่ายทอดความรู้และฝึกทักษะด้าน การดูแลสุขภาพสุกร การป้องกันโรค การจัดการฟาร์ม การจัดการโภชนาการ และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงแนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการอาหารให้เหมาะสม การลดของเสีย การเฝ้าระวังโรค และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือน
นอกจากนี้ ยังมีการลงพื้นที่ฟาร์มเพื่อประเมินการจัดการจริง ทั้งด้าน biosecurity ระบบโรงเรือน สุขาภิบาล การดูแลสุขภาพสุกร และการตรวจระบบสืบพันธุ์ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาสัตวแพทย์ได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงควบคู่กับการให้บริการวิชาการแก่ชุมชน ตามภาพกิจกรรมในหน้า 7–8 ของเอกสารโครงการ
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงความรู้ ทักษะ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหาร โดยกำหนดให้มีการอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรและนักศึกษาที่เกี่ยวข้อง พร้อมเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs โดยเฉพาะ SDG 2: Zero Hunger, SDG 4: Quality Education และ SDG 17: Partnerships for the Goals ผ่านการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
“จากองค์ความรู้สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อชุมชนและอนาคตที่ดีกว่า”
