ภาวะ Ketosis ในโค
เป็นโรคที่เกิดจากการขาดสารอาหารพลังงานในระยะหลังคลอดหรือภาวะพร่องสมดุลทางพลังงาน (Negative energy balance) มักพบในระยะไม่เกิน 60 วัน หลังคลอด โดยมากจะพบในระยะ 10-30 วันหลังคลอด ภาวะ ketosis คือการเพิ่มขึ้นของระบบสารกลุ่ม ketone bodies ในกระแสเลือดได้แก่ acetone, acetoacetate และ beta-hydroxybutyrate ในร่างกายของสัตว์ ในสัตว์เคี้ยวเอื้องจะมีรูปแบบการสะสมพลังงานที่ต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ โดยจะมีการเปลี่ยนรูปพลังงานหลักได้แก่กลูโคสเป็นกรดไขมันกลุ่ม volatile fatty acids โดยแบคทีเรียในกระเพาะหมัก ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับสัตว์กลุ่ม non-ruminant
เมื่อเกิดภาวะขาดพลังงานหลังคลอดซึ่งต้องการใช้พลังงานสูงเพื่อสร้างน้ำนม ร่างกายจึงต้องรักษาระดับน้ำตาลในเลือดส่งผลให้การกระตุ้นกลไกการสร้างน้ำตาลจากสารอื่นๆในร่างกาย (Gluconeogenesis) และกระตุ้นการสลายไขมันเพื่อมาสร้างเป็นพลังงาน (lipid mobilization) มากขึ้น มีความเสี่ยงที่จะเกิดการเปลี่ยนพลังงานมาใช้ในรูปแบบคีโตนได้ง่ายกว่าสัตว์ประเภทอื่น โดยจะดึงไขมันที่สะสมไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงาน ซึ่งกรดไขมันปริมาณมากจากการสลายเพื่อนำมาสร้างพลังงานจะถูกเร่งและเปลี่ยนเป็นสารคีโตนที่ตับ (Hepatic ketogenesis) เพื่อมาสร้างพลังงานให้กับสัตว์เคี้ยวเอื้อง คีโตนในปริมาณมากจะเป็นสารพิษต่อร่างกาย สามารถเข้าสู่กระแสเลือดทำให้สัตว์แสดงอาการป่วยมักพบในแม่โคที่ให้น้ำนมมากหรือในแม่โคอ้วน ในแพะและแกะจะมีภาวะ negative energy balance และพบสารคีโตนมากในกระแสเลือดได้เช่นเดียวกันแต่จะเรียกว่าภาวะ ครรภ์เป็นพิษ (Pregnancy toxemia)
จะรู้อย่างไรว่าโคมีภาวะ ketosis?
สัตว์เคี้ยวเอื้องที่มีภาวะ ketosis จะแสดงอาการได้ 2 ลักษณะ คือ
- แบบมีอาการทางประสาท (Nervous form) สัตว์ป่วยจะแสดงอาการซึมหรือดุร้าย เคี้ยวฟันโดยไม่มีอาหารในปากคล้ายกับอาการสัตว์ป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้า พิษของสารตะกั่วหรือบาดทะยัก
- แบบที่มีอาการทางระบบย่อยอาหาร (Digestive form) โคจะแสดงอาการซึม เบื่ออาหาร ท้องอืด น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ปริมาณน้ำนมที่รีดได้ลดลง
โดยทั่วไปโคจะแสดงอาการป่วยแบบมีอาการทางคลินิก (Clinical ketosis) เพียง 1-2% เท่านั้น ส่วนใหญ่ที่พบเป็นชนิดไม่แสดงอาการ (Subclinical ketosis) ซึ่งสามารถตรวจหา สารคีโตน ได้จากน้ำปัสสาวะหรือจากน้ำนม โดยนำมาทดสอบกับแผ่นตรวจน้ำปัสสาวะหรือน้ำนมได้ โรคนี้นอกจากจะทำให้โคป่วยแล้วยังส่งผลต่อเนื่องทำให้ระยะการเป็นสัดครั้งแรกหลังคลอดยาวกว่าปกติ (มากกว่า 60 วัน) บางครั้งอาจจะทำให้เกิดปัญหาทางระบบสืบพันธุ์ต่างๆตามมา เช่น อาการไม่เป็นสัด การพบถุงน้ำที่รังไข่ หรือภาวะมดลูกอักเสบ
จะรักษาโคมีภาวะ ketosis ได้อย่างไร?
ภาวะ ketosis สามารถรักษาได้โดยการฉีดสารละลายกลูโคสเข้าเส้นเลือดร่วมกับยากลุ่มพวกเด็กซาเมทธาโซน (Dexamethasone) และยากระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหาร เช่น เฮปาเจน (Hepagen) หรือคาโตซาล (Catosal) นอกจากนี้ควรให้ กลีเซอรีน (Glycerine) หรือโซเดียมโปรปริโอเนต (Sodium proprionate) โดยการกรอกเข้าปาก เพื่อช่วยเพิ่มพลังงานให้แม่โคด้วย และควรให้สารอาหารพลังงานที่มีการย่อยสลายง่าย เช่น รำหรือมันเส้นให้แม่โคกินเสริมอีกจะช่วยให้แม่โคหายได้อย่างรวดเร็ว บางครั้งในโคที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง สัตว์กินอาหารไม่ได้เป็นระยะเวลาหลายวัน อาจจะทำให้เกิดโรคคีโตซิสชนิดทุติยภูมิ (Secondary ketosis) ได้เช่นกันซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยวิธีดังกล่าวเช่นกัน
ผู้เขียน
ดร.น.สพ.วราทิตย์ เสมรัตน์
อาจารย์ประจำวิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
